Dark Shadows...

posted on 11 May 2012 17:18 by lume-p  directory Entertainment, Diary

 

วันนี้มีโอกาสได้ไปดูเรื่อง Dark shadow มาค่ะ ดูแล้วอยากจะเขียนอะไรหลายๆ อย่างเลย...ถือโอกาสที่ไม่ได้อัพบล็อคนานด้วย ;w;

 

ไม่เชิงเป็นรีวิวหรอกนะคะ ถือว่าแชร์ความคิดเห็นส่วนตัวล่ะกันค่ะ

 

 

อันที่จริง เราคาดหวังไว้กับหนังเรื่องนี้มากเพราะชื่อของทิม เบอร์ตัน และจอห์นนี่ เด็ปป์ (ที่เราเคยประทับใจกับซีจีอลังๆ คอสตูมสวยๆ ภาพล้ำๆ หน่อย พ่วงด้วยฝีมือนักแสดงคนหลัง) ตอนดูเทรลเลอร์ก็คิดว่าน่าสนใจ เดาแนวเรื่องไว้ว่าคงเป็นหนังแวมไพร์คอมเมดี้ที่ดูง่ายๆ สบายๆ เลยตกลงใจไว้ว่า ‘อ่ะ ต้องดูเรื่องนี้’ อย่างไม่คิดอะไรมากค่ะ

 

พล๊อตเรื่องเปิดมาค่อนข้างโอเค หนังเล่าถึงปี 1752 บาร์นาบัส คอลลินส์ ลูกชายของครอบครัวผู้ดีตระกูลหนึ่งในลิเวอร์พูลที่ล่องเรือกับครอบครัวไปตั้งรกรากอยู่ที่อเมริกา ครอบครัวนี้ก็ไปทำอาหารธุรกิจอาหารทะเลที่นั่นจนรุ่งเรือง สร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ บาร์นาบัสเองก็เติบโตเป็นชายหนุ่มที่เรียกได้ว่าเพอร์เฟ็กต์ เขามีความสัมพันธ์ทางกายกับสาวใช้ชื่อ แองเจิลลีค แต่กลับไปรักกับสาวอีกคนชื่อ โจเช็ต ทีนี้เรื่องก็เริ่มวุ่นๆ เพราะแองเจิลลีคไม่ใช่คนธรรมดาแต่เป็นแม่มด เมื่อรักไม่สมหวัง เธอก็เริ่มใช้มนต์ดำของเธอจัดการกับคนในตระกูลคอลลินส์ รวมไปถึงทำให้โจเช็ตฆ่าตัวตาย บาร์นาบัสเองก็ถูกสาปให้ทุกข์ทนยิ่งกว่าตายด้วยการเป็นแวมไพร์ผู้เป็นอมตะ ถูกขังอยู่ในโลงศพที่ฝังอยู่กลางป่า

 

หลังจากปูเรื่องจบ ตัดมาที่อีกสองร้อยปีต่อมา วิคตอเรีย วินเทอร์ สาวนิวยอร์กท่าทางมีลับลมคมใน มาสมัครเป็นพี่เลี้ยงเด็กของบ้านคอลลินส์ที่ตอนนี้แสนจะเก่าโทรม หนังก็เริ่มแนะนำให้เราได้รู้จักกับสมาชิกในตระกูลคอลลินส์ว่าแต่ละคนเป็นยังไง นิสัยเป็นยังไง แต่ละคนมีปัญหาอะไร (ซึ่งแต่ละคนคาแรกเตอร์แปลกๆ กันทั้งนั้น)

 

ในเวลานั้นเอง บาร์นาบัสก็ถูกปลดปล่อยจากโลงศพโดยบังเอิญ เขาพบกับโลกที่เปลี่ยนไปจากสองร้อยปีก่อน มองนู่นมองนี่ก็แปลกไปหมด เอ้อ...ซึ่งเราว่าตรงนี้แหละที่เราเพลินๆ กับพฤติกรรมแปลกๆ ของบาร์นาบัส (เสียดายตรงที่ว่าบางมุขก็รู้สึกว่าขำไม่เต็มที่ บางอันที่เจ๋งๆ ก็ตัดไปใส่เทรลเลอร์หมดแล้ว)

 

จากนั้น บาร์นาบัสช่วยกอบกู้ธุรกิจตระกูลคอลลินส์ด้วยวิธีต่างๆ...แต่มันก็ไม่ได้ง่ายดายนัก เพราะแองเจิลลีค ผู้ซึ่งยังแค้นเคืองบาร์นาบัสยังอยู่ แถมยังเป็นคู่แข่งของธุรกิจตระกูลคอลลินส์เสียด้วย

 

.

.

.

 

พอได้สักประมาณกลางๆ เรื่อง หนังก็เริ่มทำให้เรารู้สึกเหนื่อยว่าเรื่องมันจะไปต่อยังไง...และหน่วง...

 

พล๊อตเริ่มหลวมจนเกือบหลุด อาจเป็นเพราะหนังเดินเรื่องเร็วเพราะเวลาน้อย หนังเริ่มยัดเรื่องนู้นเรื่องนี้ใส่จนเราเมาค่ะ ทั้งผีโจเช็ตที่ออกมาบอกว่า ‘ช่วยด้วย’ แต่ที่สุดแล้วก็หายไปโดยที่เราไม่รู้สักนิดว่าตกลงเธอต้องการอะไร ทั้งผีแม่ แถมเรื่องของบาร์นาบัสก็ยังดูมึนๆ ปนๆ กันไปหมด แถมวิคตอเรียที่ดูท่าแล้วน่าจะเป็นนางเอกก็หายไปเสียเฉยๆ เราไม่ค่อยอินกับความสัมพันธ์ระหว่างบาร์นาบัสกับวิคตอเรีย เราเข้าใจว่าวิคตอเรียรักบานาบัสเพราะอะไร แต่ไม่เข้าใจว่าบาร์นาบัสรักเธอเพราะอะไร

 

รวมถึงตอนจบที่ทำเอาเราอยากจะอุทานว่า ‘จบอย่างนี้จริงๆ น่ะเหรอ’ ตอนเครดิตขึ้น เราไม่ค่อยชอบตอนจบค่ะ มันจบง่ายดายไป >>(และในความเห็นเรามันจบแนวเดียวกับทไวไลท์ซาก้า)  แถมทิ้งเรื่องไว้เยอะมากๆ หนังโฟกัสไปที่พระนางที่จบแบบนิทาน ‘และพวกเขาก็มีความสุขตลอดกาล’ ในขณะที่บทบาทของคนอื่นถูกทิ้งหายไปเสียเฉยๆ แล้วธุรกิจตระกูลล่ะ? คนในเมืองล่ะ? ครอบครัวคอลลินส์ที่เหลือล่ะ? (คงจะมีภาคต่อ?)

 

เห็นเราบ่นมากมาย แต่เราก็ชอบคาแรกเตอร์ของตัวละคร คาแรกเตอร์เรื่องนี้แต่ละคนเด่นมากๆ ดูแล้วไม่เบื่อ พื้นเพที่มาแต่ละคนก็น่าสนใจ ไม่ขาวจัดดำจัด แต่ละคนไม่มีใครดีเกินและเลวเกิน แต่ละคนก็มีความทะเยอทะยาน เราดูแล้วสงสารบาร์นาบัสที่ต้องการแค่ชีวิตปกติและได้รักกับคนที่ตนรัก โจเซ็ทที่ต้องมาตายทั้งๆ ที่ไม่รู้อะไรด้วย และแองเจิลลีคที่รักคนที่รักตัวเองตอบไม่ได้

 

อีกอย่างที่เราชอบคือการแสดงค่ะ ทุกคนเล่นดีมากๆ ดูแล้วเข้าใจว่าคนนี้เป็นคนแบบนี้ๆ นะ คำพูดคำจาของแต่ละคนก็น่าสนใจค่ะ แต่ก็มีบางจุดที่เราไม่เข้าใจตัวบาร์นาบัส (เราอาจจะคิดจุกจิกไป) ฉากก็สวยดี เราชอบคฤหาสน์คอลลินส์ ถ้ามีฉากที่ได้โชว์ห้องมากกว่านี้คงเวิร์คมากๆ

 

เราแนะนำว่าถ้าอยากจะดูแบบไม่คิดอะไรมาก (จริงๆ) ก็พอไหวค่ะ จอห์นนี่ เด็ปป์ น่ารักดี  แต่ถ้าหวังจะได้เห็นพล๊อตสวยๆ ก็อาจจะไม่ชอบใจสักเท่าไหร่

 

*~Lume~* View my profile

Recommend